การประเมินและการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในอุตสาหกรรมไม้
การประเมินและการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในอุตสาหกรรมไม้
สรุปสำหรับผู้ประกอบการ
- โรงงานที่ "มีเตาอบไม้" ใช้พลังงานมากกว่าโรงงานที่ "เลื่อย–ไสอย่างเดียว" หลายเท่า จึงนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
- ค่า SEC คือพลังงานที่ใช้ต่อผลผลิต 1 หน่วย ใช้บอกว่าโรงงานของท่านใช้พลังงานมากหรือน้อย เมื่อเทียบกับโรงงานประเภทเดียวกัน
- หากค่า SEC สูงกว่าเกณฑ์ แสดงว่ายังมีต้นทุนพลังงานที่รั่วไหลอยู่ในระบบ และมีโอกาสลดต้นทุนได้
- เริ่มได้ทันทีจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว คือ บิลค่าไฟ ปริมาณเชื้อเพลิง และยอดผลผลิต
โรงงานไม้ในไทยอยู่ที่ใด และเหตุใดจึงกระจุกตัวในภาคใต้
อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ เป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีโรงงานกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค แต่จะหนาแน่นเป็นพิเศษในภาคใต้
เหตุผลสำคัญคือ การอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เนื่องจากภาคใต้เป็นพื้นที่เพาะปลูกยางพาราที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นต้นทางของไม้ยางพาราแปรรูป การตั้งโรงงานในบริเวณนี้จึงช่วยลดต้นทุนการขนส่งไม้ท่อนเข้าสู่โรงงานได้อย่างชัดเจน
โรงงานไม้ 2 แบบ ใช้พลังงานไม่เหมือนกัน
ก่อนจะประเมินว่าโรงงานใด "ประหยัด" หรือ "ใช้พลังงานสูง" ต้องพิจารณาก่อนว่าโรงงานนั้นมีกระบวนการผลิตอย่างไร เพราะกระบวนการที่ต่างกันทำให้รูปแบบการใช้พลังงานต่างกันมาก
แบบที่ 1 แปรรูปด้วยเครื่องจักรอย่างเดียว (Mechanical Processing)
โรงงานกลุ่มนี้ทำเฉพาะการเลื่อย ไส ตัด และขึ้นรูปขนาด
- ใช้ พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์และเครื่องจักรกล
- แทบไม่ใช้พลังงานความร้อน
- การใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิตอยู่ในระดับ ค่อนข้างต่ำ
แบบที่ 2 แปรรูปร่วมกับการอบแห้ง (Processing with Kiln Drying)
โรงงานกลุ่มนี้เพิ่มขั้นตอนการอบเพื่อไล่ความชื้น ซึ่งจำเป็นต่อคุณภาพไม้ เพราะช่วยควบคุมการยืดหดตัวของเนื้อไม้ ป้องกันการบิดงอ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
แต่ขั้นตอนนี้ทำให้ความต้องการพลังงานสูงขึ้นมาก เนื่องจากต้องใช้
- พลังงานความร้อนปริมาณมาก เพื่อผลิตไอน้ำหรือลมร้อน ซึ่งส่วนใหญ่ได้จากการนำเศษไม้หรือชีวมวลมาเผาเป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ
- พลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม สำหรับพัดลมหมุนเวียนอากาศภายในห้องอบและระบบควบคุมความชื้น
| หัวข้อ | แปรรูปอย่างเดียว | แปรรูป + อบไม้ |
|---|---|---|
| พลังงานหลักที่ใช้ | ไฟฟ้า | ความร้อนจากชีวมวล และไฟฟ้า |
| จุดที่ใช้พลังงานมากที่สุด | มอเตอร์ของเครื่องจักร | หม้อไอน้ำและห้องอบ |
| ระดับการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิต | ต่ำ | สูง |
| จุดที่ควรตรวจสอบก่อน | ขนาดมอเตอร์ ระบบลมอัด ระบบแสงสว่าง | การรั่วของไอน้ำ ฉนวนความร้อน สภาพห้องอบ ความชื้นของเชื้อเพลิง |
ข้อควรจำ ไม่ควรนำค่าการใช้พลังงานของโรงงานที่มีเตาอบ ไปเปรียบเทียบกับโรงงานที่แปรรูปทางกลอย่างเดียว เพราะจะทำให้สรุปผลผิดพลาด ต้องเปรียบเทียบกับโรงงานประเภทเดียวกันเท่านั้น

ดัชนีการใช้พลังงานจำเพาะต่อหน่วยผลผลิต (SEC) คืออะไร
ดัชนีการใช้พลังงานจำเพาะต่อหน่วยผลผลิต (Specific Energy Consumption หรือ SEC) คือ ตัวเลขที่บอกว่าโรงงานใช้พลังงานไปเท่าใด เพื่อผลิตสินค้าได้ 1 หน่วย ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยใช้ประเมินได้ทั้งระดับเครื่องจักร ระดับกระบวนการผลิต และภาพรวมของสถานประกอบการ
SEC = พลังงานทั้งหมดที่ใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง ÷ ผลผลิตที่ได้ในช่วงเวลาเดียวกัน
เหตุใดจึงต้องดูค่า SEC แทนการดูค่าไฟรวม
เพราะค่าไฟรวมจะขึ้นลงตามยอดการผลิต เดือนที่ผลิตมาก ค่าไฟย่อมสูงเป็นธรรมดา ซึ่งไม่ได้แปลว่าโรงงานใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ค่า SEC จะตัดผลของปริมาณการผลิตออกไป ทำให้เห็นประสิทธิภาพที่แท้จริง เช่น
- ค่าไฟเดือนนี้สูงขึ้น 20% แต่ผลิตได้เพิ่มขึ้น 30% → ค่า SEC ลดลง แสดงว่าประสิทธิภาพ ดีขึ้น
- ค่าไฟเดือนนี้เท่าเดิม แต่ผลิตได้น้อยลง → ค่า SEC สูงขึ้น แสดงว่า อาจมีความผิดปกติ ในระบบ
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราแห่งหนึ่ง มีข้อมูลการใช้พลังงานและผลผลิตในเดือนหนึ่ง ดังนี้
| รายการ | ปริมาณ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ | 120,000 หน่วย (kWh) | บิลค่าไฟฟ้า |
| เศษไม้/ชีวมวลที่ป้อนหม้อไอน้ำ | 250 ตัน | บันทึกการเบิกจ่ายเชื้อเพลิง |
| ผลผลิตไม้แปรรูป | 800 ลูกบาศก์เมตร | รายงานการผลิต |
ขั้นที่ 1 แปลงพลังงานทุกชนิดให้อยู่ในหน่วยเดียวกัน (เช่น เมกะจูล) แล้วนำมารวมกัน
ขั้นที่ 2 นำพลังงานรวมหารด้วยผลผลิต จะได้ค่า SEC ในหน่วย "พลังงานต่อลูกบาศก์เมตร"
หมายเหตุ ค่าความร้อนของชีวมวลขึ้นอยู่กับความชื้นของเศษไม้ และค่าแปลงหน่วยพลังงานไฟฟ้าให้ใช้ตามที่คู่มือของ พพ. กำหนด เพื่อให้ตัวเลขที่ได้สามารถนำไปเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างถูกต้อง
นำค่า SEC ไปใช้ประโยชน์อย่างไร
- เปรียบเทียบกับตนเอง ดูข้อมูลย้อนหลังว่าปีนี้ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าปีก่อน โดยใช้เป็นเส้นฐานพลังงาน (Energy Baseline)
- เปรียบเทียบกับภายนอก เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงของโรงงานประเภทเดียวกัน เพื่อดูว่าโรงงานของท่านอยู่ในระดับใดของอุตสาหกรรม
- ตั้งเป้าหมายและวัดผล เช่น ตั้งเป้าลดค่า SEC ลง 5% ภายใน 1 ปี แล้ววัดว่ามาตรการที่ลงทุนไปได้ผลจริงหรือไม่
- ตรวจจับความผิดปกติ ค่า SEC ที่สูงขึ้นผิดปกติ มักเป็นสัญญาณของไอน้ำรั่ว ฉนวนเสื่อมสภาพ หรือเครื่องจักรเริ่มมีปัญหา

เกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงของกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ ขนาดกลางและขนาดเล็ก
เมื่อคำนวณค่า SEC ของโรงงานได้แล้ว ให้นำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ด้านล่าง โดยเลือกกลุ่มให้ตรงกับประเภทกระบวนการผลิตของโรงงานท่าน
วิธีอ่านผลการเปรียบเทียบ
- ค่า SEC ต่ำกว่าเกณฑ์ โรงงานอยู่ในเกณฑ์ดี ควรรักษาระดับไว้และเน้นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
- ค่า SEC ใกล้เคียงเกณฑ์ ยังปรับปรุงได้ด้วยมาตรการที่ลงทุนน้อย เช่น การปรับวิธีเดินเครื่องจักร
- ค่า SEC สูงกว่าเกณฑ์มาก มีโอกาสลดต้นทุนได้สูง ควรดำเนินการตรวจวิเคราะห์การใช้พลังงานอย่างละเอียด


มาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับโรงงานไม้ขนาดกลางและขนาดเล็ก
อุตสาหกรรมแปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ขนาดกลางและขนาดเล็ก ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ แต่สถานประกอบการกลุ่มนี้มักเผชิญข้อจำกัดที่คล้ายกัน ได้แก่
- เงินทุนจำกัด ทำให้ลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ได้ยาก
- ขาดบุคลากรเฉพาะทาง ด้านการจัดการพลังงาน
- เครื่องจักรมีอายุการใช้งานนาน และใช้พลังงานสูง
มาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ และนำแนวทางการลดการใช้พลังงานไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม




ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

เริ่มต้นได้อย่างไร
- รวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน ได้แก่ บิลค่าไฟฟ้า ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ และยอดผลผลิตรายเดือน
- คำนวณค่า SEC ของโรงงาน แล้วจัดทำเป็นกราฟรายเดือนเพื่อดูแนวโน้ม
- เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน โดยเลือกกลุ่มให้ตรงกับประเภทโรงงาน
- เลือกมาตรการที่ลงทุนน้อยแต่เห็นผลเร็วก่อน เช่น การอุดรอยรั่วของไอน้ำและลมอัด การซ่อมฉนวนความร้อน และการปรับตารางเดินเครื่องจักร
- ติดตามค่า SEC ทุกเดือน เพื่อยืนยันว่ามาตรการที่ดำเนินการได้ผลจริง
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามข้อมูลการติดต่อด้านล่าง
เรียบเรียงบทความโดย
8 สิงหาคม 2569